แบบบ้านพูลวิลล่า

แบบบ้านพูลวิลล่า

แบบบ้านพูลวิลล่า

แบบบ้านพูลวิลล่า

แบบบ้านพูลวิลล่า บ้านรูปตัว T วางแนวบ้านเพื่อเปิดรับมุมมองที่ดีที่สุดการออกแบบบ้านหลังหนึ่ง ผู้อ่านคิดว่าจะมีปัจจัยอะไรมาเป็นตัวกำหนดดีไซน์บ้างครับ อย่างที่เราเห็นว่าบ้านบางหลังเป็นแนวนอนเรียงยาวหน้ากระดาน บางหลังเป็นบ้านรูปตัว T รูปตัว U  แน่นอนว่าขนาดและลักษณะที่ดิน งบประมาณ website

จะมีส่วนมาเป็นอันดับต้น ๆ ประกอบกับความชอบ ความต้องการการใช้งานของสมาชิกในบ้าน ก็มีผลต่อการวางรูปแบบอาคารเช่นกัน แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่เริ่มมีบทบาทสำคัญคือ บริบทรอบข้างและมุมมองของบ้าน หากเราพบว่ารูปอาคารเดิมทำให้พลาดวิวดี ๆ ไป เมื่อลองปรับเปลี่ยนใหม่ที่ให้ผลดีกว่าก็คุ้มที่จะเปลี่ยน เหมือนบ้านหลังนี้ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ดีครับ

บ้านพูลวิลล่าวิวสระน้ำ

แบบบ้านพูลวิลล่า

Control / Shift House เป็นชื่อโครงการบ้านแบบพูลวิลล่าใน Bee Cave, Texas ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่เป็นเนินไต่ระดับตัวบ้านสร้างบนด้านสูงของไซต์ ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากมุมมองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ได้เต็มที่ สในด้านที่ต้องการวิวจึงใช้กระจกใสเป็นผนัง ส่วนด้านหน้าจะมีทางค่อย ๆ ไต่ระดับนำทางจากพื้นที่ธรรมชาติ ผ่านการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศจากถนนไปยังทางเข้าบ้านอย่างสุนทรี

ความตั้งใจเริ่มแรกสถาปนิกต้องการวางดีไซน์บ้านในรูปแบบตัว “ H”  ที่มีพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์กลางแจ้งเชื่อมช่องว่างระหว่างพื้นที่สาธารณะในบ้าน แต่หลังจากการตรวจสอบพื้นที่รอบ ๆ โดยพิจารณาจากไซต์งานและมุมมองแล้วจึงตัดสินใจเปลี่ยน โดยกางปีกอาคารออกทางด้านทิศตะวันออกของโครงการ เพื่อเปิดห้องทั้งหมดไปยังมุมมองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านรูปตัว T ทำให้เกิดรูปแบบอาคารที่ดูคล้ายตัว “T” แทน

ภาพรวมของอาคารแสดงฟังก์ชันอย่างชัดเจนและเรียบง่าย โดยผสมผสานวัสดุไม้ อิฐบล็อก กระจก และเหล็กเข้าด้วยกัน ภายในบ้านจัดแปลนแบบ open plan ไม่มีผนังแบ่งกั้นห้องนั่งเล่น ครัว และพื้นที่รับประทานอาหารจึงเกิดสเปซขนาดใหญ่ให้รู้สึกว่าบ้านมีความยืดหยุ่นและโล่งกว้าง สามารถเดินเข้าถึงกันได้หมด วิธีนี้ยังช่วยให้แสงและอากาศไหลเวียนไปทั่วทุกพื้นที่ของบ้านแม้กระทั่งในแกนกลางด้านในสุดที่มักจะเป็นจุดอับแสง

แบบบ้านพูลวิลล่า

การเบี่ยงทิศทางอาคารใหม่ ที่ทำให้เกิดแกนกากบาทที่ยื่นออกไปตามขอบยาวของที่ดิน เป็นจุดที่สถาปนิกทำสระว่ายน้ำขนาดใหญ่รูปตัว L ขนานไปกับบ้าน ซึ่งไกลออกไปมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม หากปิดบ้านด้วยผนังก่อปิดทึบ ก็เท่ากับปิดตาของตัวเอง ทีมงานจึงใช้ผนังกระจกติดตลอดแนวที่ต้องการเปิดมุมมอง รวมทั้งมุมผนังห้องที่ชนกันสองด้าน และใส่ประตูกระจกบานใหญ่ ทำให้สามารถมองเห็นภายนอกแบบพาโนรามา และเข้าถึงสวนและสระว่ายน้ำโดยตรง ไม่ว่าจะอยากการออกกำลังกายตอนเช้าหรือเวลาไหนก็ทำได้ตลอดทั้งวัน

ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน ในห้องพักผ่อน ในโซนทานข้าว หรือแม้แต่ในในครัว ก็ได้รับวิวน้ำ ต้นไม้ และท้องฟ้าจากผนังกระจกที่มีความสูงจากพื้นจรดเพดาน จึงเชื่อมต่อปฏิสัมพันธ์กันได้ทั้งภายในบ้านเอง และภายในกับภายนอกโดยที่ไม่มีใครถูกทิ้งให้รู้สึกโดดเดี่ยว

ช่องเล็กช่องน้อยในบ้านก็ยังไม่พลาดการเชื่อมมุมมองกับภายนอก ทั้งพื้นที่ว่างข้างบันไดในชั้นล่าง เจาะเป็นช่องแสงให้เห็นสวน ขณะเดินขึ้นบันไดก็มีผนังกระจกแบบชิดชนมุม 90 องศาเห็นวิวทั้งสองด้านของผนัง เหนือขึ้นไปเจาะช่องแสงแนวนอนตรงมุมผนังซ้ายมือ ให้วิวปลายต้นไม้และท้องฟ้าในขณะที่เดินลง

ผนังกระจกในบ้านเขตร้อน ควรเลือกใช้ที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน หรือลามิเนตซึ่งเป็นกระจกหลาย ๆ ชนิด เช่น กระจกนิรภัยเทมเปอร์หรือกระจกธรรมดาตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป มาทำการลามิเนตเป็นชั้นๆ โดยมีแผ่นฟิล์มคั่นกลางระหว่างแผ่นกระจก กระจกชนิดนี้จึงเก็บเสียงได้ดี ทนต่อแรงดันลมในที่สูงและแรงอัดกระแทก ปกป้องบ้านจากความร้อนและกันรังสียูวีได้มากกว่า ในบ้านเขตร้อนก็สามารถเลือกใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน

พูลวิลล่า แยกเป็น 3 ส่วน หันรับวิวแตกต่างถึง 3 ทิศ

บ้านพูลวิลล่าวิวสระน้ำ

Lakeshore Luxury Villa Phuket เป็นบ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ริมน้ำของเขื่อนที่มีรั้วรอบขอบชิดในเมือง Nashik เมืองหลวงแห่งไวน์ของอินเดีย บ้านหลังนี้พยายามที่จะจัดลำดับความสำคัญของทัศนียภาพอันงดงามของภูเขา Sahyadri (มรดกโลกขององค์การยูเนสโกและเป็นหนึ่งในแปดจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในโลก) และทะเลสาบอันเงียบสงบ ให้อยู่ร่วมกันกับตัวบ้านได้แบบกลมกลืนไม่เกิดภาพอันไม่พึงประสงค์ บทสรุปจึงออกมาเป็นอาคาร 3 ด้านที่หันหน้าออกรับวิวที่ไม่เหมือนกันเลย

ความท้าทายคือการควบคุมทัศนียภาพจากห้องและทุกพื้นที่ทั้งหมดตามสภาพของพื้นที่แคบที่ลาดเอียงไปทางทิศตะวันตก เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากแสง ลม วิวได้อย่างเหมาะสมที่สุด ปริมาตรของบ้านจึงได้รับการออกแบบในรูปแบบเชิงเส้นที่เข้ากับขอบของน้ำ พื้นที่ลาดเอียงไปทางทิศเหนือค่อย ๆ ผสานเข้ากับแนวน้ำในทะเลสาบ บ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งจะนำแสงที่นุ่มนวลมาตลอดทั้งวันและให้ทัศนียภาพของพระอาทิตย์ตกจากชานบ้านที่เปิดโล่ง

บ้านทั้งหมดพื้นที่ 222.9 ตารางเมตร ออกแบบโดยยึดหลักในแง่ของความสัมพันธ์ทางสัณฐานวิทยา ที่เป็นเนินดินลาดเอียงตัวบ้านจะถูกยกขึ้นให้มีความสูงเหนือพื้นดินไล่ระดับกัน หลังคารูปทรงเพิงหมาแหงนแบบโมเดิร์นเฉียงล้อไปตามรูปร่างแนวที่ดิน วัสดุหินชนวนสีดำค่อยๆ ลาดไปทางทิศใต้ ดังนั้น เมื่อมองเข้ามาจะเห็นบ้านที่เป็นปริมาตรที่มั่นคงตั้งอยู่บนภูมิทัศน์ ล้อมรอบด้วยพืชพรรณและสภาพโดยรอบ ผนังมีหินบะซอลต์สีดำหุ้มรูปตารางซึ่งพบได้ในท้องถิ่น ทำให้บ้านไม่เด่นเกินสภาพแวดล้อม

บ้านตากอากาศ หันทุกทิศรับธรรมชาติ

บ้านพูลวิลล่าวิวสระน้ำ

จากการศึกษาสภาพที่ตั้งและบริบทรอบ ๆ พบว่าที่นี่มีวิวในมุมกว้างที่แตกต่าง ด้านหนึ่งมีอ่างเก็บน้ำ ด้านหนึ่งมีทิวเขา สถาปนิกจึงแบ่งออกเป็นสามส่วน แต่ละส่วนจะมีผนังกระจกขนาดใหญ่และประตูบานเลื่อน ที่เปิดรับวิสัยทัศน์ได้กว้างที่สุด ส่วนอาคารหลังกลางจะใหญ่ที่สุด ใช้เป็น public Space หรือพื้นที่สาธารณะ ประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อน ครัว ห้องทานข้าว ที่ใช้งานร่วมกันได้ มุมนี้สร้างภูมิทัศน์สวยๆ ขึ้นมาเอง ด้วยการทำสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ขนานไปกับตัวอาคาร

จากห้องส่วนกลาง จะมีสะพานทางเดินคลุมด้วยวัสดุโปร่งใสเหมือนห้องกระจก ทำหน้าที่เชื่อมต่อพื้นที่สาธารณะของบ้านกับห้องนอน สร้างบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านไปยังห้องพักส่วนตัวที่แปลกตา

ห้องนอนถูกตั้งชื่อว่า secret garden room ตามชื่อตั้งที่อยู่สุดทาง เมื่อถูกแยกออกจากห้องหลักของบ้าน จึงมีความเป็นส่วนตัวสูงสุด สถาปนิกเลือกใช้วัสดุกระจกเป็นผนังห้อง ติดตั้งแบบชนมุมยาวจนสุดผนังสองด้าน เพื่อให้เจ้าของห้องสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบอันกว้างใหญ่และป่าทางทิศตะวันออกของบ้านได้เต็มพิกัด ไม่มีกรอบหน้า่าง เสาบ้าน หรืออปุสรรคใด ๆ มากีดขวาง

บ้านพูลวิลล่าวิวสระน้ำ

หลังห้องส่วนกลางจะมีเฉลียงและสระว่ายน้ำขนาดค่อนข้างใหญ่ ดีไซน์สระน้ำแบบ Infinity Pool ขอบสระน้ำล้นที่มองไกล ๆ จะอยู่ระดับเท่ากับน้ำในทะเลสาบ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าบ้านชิดใกล้กับสายน้ำ พื้นที่กลางแจ้งนี้เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับทะเลสาบและภูเขาที่สวยงาม และสัมผัสธรรมชาติในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน ภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป และทิวทัศน์ที่ไม่มีใครเทียบได้ เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ค้นหาได้จากบ้านในทุก ๆ

วันผนังกระจกชนมุมแบบติดตายเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทำให้บ้านดูสวยงาม ทันสมัย ผนังบ้านสามารถเปิดมุมมองบ้านได้สองด้านแบบเต็มตาแบบไร้อุปสรรค เนื่องจากไม่มีเสาหรือกรอบหน้าต่างกั้นบังใด ๆ  ซึ่งรูปแบบทำได้ไม่ยากแต่ต้องทำตั้งแต่กระบวนการออกแบบวางโครงสร้าง เพราะโดยปกติมุมห้องจะเป็นเสาที่เป็นส่วนโครงสร้างรับน้ำหนักของบ้าน จะทุบออกแก้ทีหลังไม่ได้ เพราะจะเป็นอันตรายต่อส่วนอื่นๆ ของบ้าน