แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านหลังคาแบบฟันเลื่อย เปิดพื้นที่รับแสงเรียบเรียงวิถีชีวิตใหม่แรงบันดาลใจที่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการประเภทของสถาปัตยกรรม อาจจะมาจากประสบการณ์ ความทรงจำ สิ่งเล็ก ๆ น้อยๆ ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ หรือจากภูมิทัศน์ที่มีอยู่ แล้วนำมาตีความพร้อมกับมองหาวิธีการการสร้างจากมุมมองใหม่ๆ ที่จะทำให้บ้านที่คุ้นเคยนำเสนอมาในแบบที่ต่างไปพร้อมกับความสะดวกสบายที่ตามมาติด ๆ

อย่างในโครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการนำภูมิทัศน์ของเมือง ที่มีโรงงานแบบเฉียงสูงเรียงกันเหมือนฟันปลาแบบดั้งเดิมกลับมา ซึ่งไม่เพียงแต่ผ่านการอนุรักษ์เอกลักษณ์โรงงานเก่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบวิธีการใช้พลังงานและเรียบเรียงวิถีชีวิตที่ต่างไปจากเดิมด้วย

บ้านหลังนี้มีพื้นที่รวม 98.73 ตร.ม. ออกแบบสำหรับคู่รักหนุ่มสาวที่มีลูกสามคน ที่ตั้งอยู่ในเมืองอิจิโนะมิยะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงในอดีตด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอผ้า เมืองนี้มีทิวทัศน์ถนนที่มีเอกลักษณ์ซึ่งเต็มไปด้วยโรงงานหลายแห่งมีหลังคาแบบฟันเลื่อย สิ่งนี้จึงเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้สถาปนิก norihisa kawashima นำเสนอหลังคาแบบเพิงหมาแหงนเฉียงสูงเรียงซ้อนกัน 3 ผืน โดยหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้กับกับถนน อ่านเพิ่มเติม

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

นอกจากแนวคิดเรื่องรูปทรงหลังคาที่สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมกับสังคมโดยรอบแล้ว บ้านนี้ยังใส่ใจเรื่องความรับผิดชอบสภาพแวดล้อมของโลก จึงต้องการให้บ้านพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถรู้สึกเชื่อมโยงกับโลกได้อย่างแท้จริง กุญแจสำคัญประการหนึ่งคือความสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ทิศทางของลม ให้การอยู่อาศัยสอดคล้องกับบริบท โดยพึ่งพาพลังงานประดิษฐ์น้อยที่สุด แต่ก็ยังอยู่ได้สบายในทุกความเปลี่ยนแปลง โดยสถาปนิกอธิบายว่า ‘ควรออกแบบพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น แม้ในบางครั้งที่อาจต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงของธรรมชาติ ก็ควรยังอยู่ได้ด้วยความโล่งใจ’

หลังคาที่เฉียงสูงขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าของบ้าน ทำเป็นเฉลียงให้เด็ก ๆ ออกมานั่งเล่นได้สบายๆ ผนังที่เป็นกระจกทั้งหมดทำหน้าที่เบอลขอบเขตระหว่างภายในภายนอก ให้สมาชิกได้เพลิดเพลินกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติภายในบ้าน ในขณะที่ตัวบ้านก็ได้รับการปกป้องจากฝน ลม และอุณหภูมิที่แตกต่างกัน หลังคาฟันเลื่อยในโรงงานทอผ้ามักจะหันไปทางทิศเหนือ เพื่อให้รับแสงได้บ้านแล้วเปิดไฟส่องสว่างช่วยตลอดทั้งปี ในทางกลับกัน หลังคาฟันเลื่อยของบ้านหลังนี้มีพื้นที่ผนังกระจกที่หันไปทางทิศใต้ ดังนั้นลักษณะของแสงจึงแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในบ้านที่ติดตั้งผนังกระจกเป็นช่อง ๆ ยาวตลอดอาคาร ส่งผลให้แสงแดดกระจายเข้าสู่ภายใน ทำให้ห้องสว่างขึ้น เพิ่มความอบอุ่นในฤดูหนาวที่หนาวเย็น (ซึ่งไม่เหมาะกับเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อน)  นอกจากนั้นยังเกิดมิติของแสงเงาตกกระทบบนผนังและพื้นเมื่อแสงที่เปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ ให้สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอย่างสวยงาม

บ้านชั้นเดียว

การตกแต่งภายในบ้านเรียบง่ายในสไตล์โมเดิร์นมินิมอล ลดการใช้ผนังแบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อย มีเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น เน้นการใช้สีขาวและสีอ่อนๆ เป็นหลัก เพื่อให้บ้านดูกว้าง สบายตา และสะท้อนแสงได้ดี แต่ละล็อคของบ้านใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งบ่งบอกขอบเขต จึงสามารถเข้าถึงกันได้ง่ายแบบไม่ต้องคอยเปิดปิดประตู ส่วนการแยกฟังก์ชันอาคารข้างหน้าหลังเฉลียงจะเป็นห้องครัว โต๊ะทานข้าว มุมนั่งเล่น ส่วนกล่องข้างหลังจะเป็นห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ และห้องนอนเด็กที่มีผนังแยกเป็นล็อกๆ  มีโ๖ะทำการบ้านเรียงยาวให้เด็กใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น

ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นโซนใช้งานสาธารณะหลัก ๆ หรือพื้นที่ใช้งานส่วนตัวอย่าง ห้องนอน ห้องน้ำ ได้รับแสงอย่างทั่วถึง ทั้งจากหน้าต่าง ผนัง ประตู และช่องแสง skylight ด้านบน ที่ให้มุมมองของแสงในองศาเฉียงๆ  ไม่ให้สร้างผลกระทบเรื่องความร้อนภายใน

บ้านกระจกในทิศใต้หรือตะวันตก อาจจะเติมความสวยงามและลดการใช้พลังงานความร้อนในบ้านเขตหนาว แต่สำหรับบ้านเขตร้อนจะทำให้ภายในอบอ้าวจนอยู่อาศัยไม่สบายในช่วงกลางวัน การออกแบบบ้านจึงต้องศึกษาทิศทางการเดินทางของแสงให้ดี เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของบ้านในแต่ละโซน ในบ้านเขตร้อนแนะนำว่า ควรติดตั้งห้องกระจกหรือห้องนอนอยู่ทางทิศเหนือ เพพราะด้านนั้นจะรับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า ได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 6.30 น. – 9.00 น. เมื่อถึงช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอ้อมทิศใต้ ห้องนอนที่อยู่ทางทิศเหนือจะไม่สะสมความร้อน ถ้าหากเป็นช่วงฤดูหนาวก็จะมีลมเย็น ๆ พัดโชยเข้ามาด้วยแบบบ้าน

ข้อดีของบ้านชั้นเดียว

บ้านชั้นเดียว

          1. เริ่มต้นด้วยงบประมาณที่น้อยกว่า: สามารถออกแบบให้เป็นบ้านหลังเล็กหรือขนาดกระทัดรัดได้ โครงสร้างหลักของบ้านไม่ซับซ้อนมากนัก หากเปรียบเทียบกับการสร้างบ้าน 2 ชั้น ค่าก่อสร้างเริ่มต้นย่อมสูงกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นครอบครัวใหม่และมีงบประมาณจำกัด แต่ต้องการมีที่อยู่อาศัยหรือบ้านหลังใหม่ อย่างไรก็ดี บ้านชั้นเดียวก็ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นบ้านขนาดเล็กเท่านั้น

          2. เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและผู้ที่นั่งวีลแชร์: เพราะห้องต่าง ๆ และพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านถูกรวบรวมไว้ครบในชั้นเดียว ทำให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของเรา ไม่ต้องปวดเมื่อยหรือเสี่ยงกับอุบัติเหตุจากการขึ้นลงบันได ผู้ที่นั่งวีลแชร์ยังสามารถไปยังห้องต่าง ๆ เองได้สะดวก ช่วยให้พวกท่านไม่อึดอัดและรู้สึกพึ่งพาตัวเองได้ 
นอกจากนี้ บ้านชั้นเดียว ยังเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ๆ ซึ่งเป็นวัยกำลังซุกซน ทำให้ไม่ต้องกังลหรือเฝ้าระวังว่า เด็ก ๆ จะปีนป่ายบันไดและผลัดตกลงมาได้รับบาดเจ็บ

          3. สะดวกในการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์: ไม่ต้องลำบากยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้น-ลงบันได จึงช่วยทุ่นแรงได้มากสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ หรือกับผู้ที่อาศัยอยู่บ้านคนเดียว และยังช่วยลดโอกาสที่เฟอร์นิเจอร์จะชำรุดเสียหายระหว่างเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ อีกด้วย 

          4. ดูแลง่าย: บ้านชั้นเดียวทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้ง่ายกว่า ทั้งยังใช้เวลาไม่นานจนเกินไป นอกจากนี้ หากต้องซ่อมบำรุงส่วนต่าง ๆ ภายนอกบ้าน อาทิ ซ่อมหลังคา ทาสีบ้านใหม่ ทำความสะอาดผนัง ก็สามารถทำได้สะดวกกว่า ไม่ต้องปีนบันไดสูง ๆ เพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง และไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุตกจากที่สูง ๆ มากนัก

          5. ตกแต่ง/ต่อเติมพื้นที่ง่าย: เพราะโครงสร้างบ้านชั้นเดียวไม่ซับซ้อน หากมีพื้นที่มากพอก็สามารถต่อเติมและดัดแปลงพื้นที่ได้สะดวกกว่าแบบบ้าน

ข้อเสียของบ้านชั้นเดียว

บ้านชั้นเดียว


 

          1.ใช้พื้นที่ดินค่อนข้างมาก: การสร้างบ้านชั้นเดียวจะต้องใช้ที่ดินมากกว่าการปลูกบ้านสองชั้น จึงจะได้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านตามต้องการ ซึ่งคุณอาจจะต้องเสียเงินค่าซื้อที่ดินเพิ่มมากขึ้น และหากมีพื้นที่น้อยเกินไปก็อาจจะขยับขยายหรือต่อเติมได้ยากในอนาคต

          2. การถ่ายเทความร้อนภายในบ้าน: เพราะเพดานภายในบ้านหรือทุกห้องอยู่ติดกับหลังคา ความร้อนจากหลังคาจึงแผ่เข้าโดยตรงในทุกพื้นที่ใช้สอยของตัวบ้าน เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านสองชั้นที่รับความร้อนจากหลังคาเฉพาะชั้นบน ซึ่งถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนอากาศภายในบ้านก็จะร้อนอบอ้าวมาก ดังนั้นจึงควรต้องป้องกันความร้อนด้วยการติดฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเดดาน หรือติดแผ่นสะท้อนความร้อนที่ใต้กระเบื้องหลังคา หรือเลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน รวมทั้งออกแบบบ้านให้มีช่อเปิดประตู-หน้าต่างโดยรอบให้มากพอ เพื่อให้อากาศถ่ายเทหรือมีลมพัดผ่านได้ดี

          3. ปัญหาน้ำท่วมและความชื้น: บ้านชั้นเดียวมักยกพื้นไม่สูงจากพื้นดินมากนัก จึงเสี่ยงกับปํญหาน้ำท่วมบ้านได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมบ่อยครั้ง การไม่มีพื้นที่ใช้สอยชั้นบนที่สามารถขนย้ายเครื่องใช้ภายในบ้านหรือทรัพย์สินไปเก็บไว้สูง ๆ อาจทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายได้หากเกิดภัยน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีเรื่องความชื้นของดิน ที่อาจจะส่งผลเสียต่อวัสดุตกแต่งพื้น-ผนัง อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องปลวกและเชื้อรา อันมีสาเหตุมาจากความชื้นของผืนดิน ซึ่งอาจแก้ไขได้โดยการสร้างบ้านในลักษณะที่ยกพื้นบ้านให้สูงจากพื้นดินประมาณ 0.80-1.20 เมตร เพื่อช่วยลดปัญหาดังกล่าว

          4. ความปลอดภัย : บางครั้งอาจถูกรบกวนด้วยสัตว์เลื้อยคลาน แมลง หรือโจรผู้ร้าย เข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย จึงควรทำรั้วบ้านให้แข็งแรง ติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ป้องกันภัย และปิดบ้านให้มิดชิดทุกครั้ง เมื่อเข้านอนหรือไม่มีคนอยู่บ้าน

          5. ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างน้อย : ด้วยพื้นที่ใช้สอยอันจำกัดของตัวบ้าน ทุกห้องถูกแบ่งสรรไว้ที่ชั้นเดียวกันหมด  หากมีแขกหรือญาติมาเยี่ยม หรือมาขออาศัยอยู่ด้วย อาจเข้าถึงห้องนอนหรือห้องสำคัญของคุณได้ง่าย ฉะนั้น การออกแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย จึงควรแบ่งสรรพื้นที่ใช้สอยให้ดี ๆ แบบบ้าน